~เทศกาลเข้าพรรษา~
● ทำไมต้องมีวันเข้าพรรษา
เพื่อป้องกันความเสียหายจากการเหยียบย่ำแมลงสัตว์เล็กสัตว์น้อย หรือธัญพืชที่ชาวบ้านปลูกในฤดูฝน
เป็นโอกาสในการศึกษาพระธรรมวินัยและการปฏิบัติธรรมเต็มที่ เพราะมีพระภิกษุสงฆ์ที่มีพรรษาสูง ทรงภูมิรู้ ภูมิธรรมอยู่จำพรรษาด้วยกัน สมัยก่อนไม่มีหนังสือ พระใหม่จะต้องมาต่อหนังสือกับพระเถระ โดยพระใหม่จะต้องฟังและต้องทบทวนพระธรรมวินัยจนกระทั่งจำได้
เป็นธรรมเนียมชายไทยจะบวชจำพรรษา 3 เดือน ทำให้ผู้เรียนเป็นกลุ่มก้อน บวชพร้อมกัน สอนง่าย
ธรรมเนียมบวชเข้าพรรษา จริงๆ เริ่มจากประเทศไทยแล้วขยายออกไปในต่างประเทศ โดยมีพระมหากษัติรย์ทำเป็นแบบอย่างตั้งแต่สมัยอยุธยา ตอนนี้ในหลายประเทศแม้แต่นิกายมหายานก็ยังเห็นว่าธรรมเนียมบวชเข้าพรรษานี้ดี ทำให้พระพุทธศาสนามั่นคง จึงเอาธรรมเนียมนี้ไปใช้ ของมหายานนั่นเมื่อบวชทีก็เอาธูปจี้ที่ศรีษะเพื่อแสดงความตั้งใจจริงในการบวช
ญาติโยมมาทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน และเข้าวัดถือศีล นั่งสมาธิ ฟังธรรมเป็นพิเศษ เพราะทราบว่ามีพระมาก หลายท่านญาติมาบวชอยู่ เข้าพรรษาจึงเป็นเทศกาลแห่งการทำความดีครั้งใหญ่ทั้งพระและโยม

● ประเภทของการเข้าพรรษา
การเข้าพรรษาแรกหรือพรรษาปกติ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
การเข้าพรรษาหลัง กรณีพระภิกษุต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัยจำพรรษาแรกไม่ทันก็เข้าพรรษาหลังแทน ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือช้าไป 1 เดือน ได้อานิสงส์พรรษาแต่ไม่ได้อานิสงส์กฐิน

● ข้อยกเว้นการจำพรรษา
ถ้าพระภิกษุมีเหตุจำเป็นเนื่องด้วยงานพระศาสนาส่วนรวม
ตัวอย่างเช่น
- ไปดูแลการสร้างหรือซ่อมกุฏิวิหาร
- ไปดูแลพระภิกษุสามเณรที่อาพาธ
- ไปกิจนิมนต์ให้ญาติโยมได้ให้ทาน รับศีล ฟังธรรม
- ไปดูแลโยมพ่อ โยมแม่ที่เจ็บป่วย เป็นต้น
โดยรวม คือ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรืองานพระศาสนา จึงจะ "สัตตาหกรณียะ" ไปค้างแรมนอกสถานที่ได้ไม่เกินครั้งละ 7 ราตรี จะไปตามความพอใจของตน เช่น ไปพักผ่อนไม่ได้

● ประเพณีถวายเทียนพรรษา
เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ในการศึกษาพระธรรมวินัย ตลอด 3 เดือน ปัจจุบันนิยมถวายอุปกรณ์ไฟฟ้า ให้แสงสว่างแทน แต่มีการพัฒนาเป็นการ "ประกวดเทียนพรรษา" ของแต่ละจังหวัดสวยงามมาก
การที่ชาวไทยเราอยู่ในศีลในธรรมอยู่ในบุญ ทำให้ใจเราละเอียดปราณีต และสิ่งใดที่ทำเพื่อบูชาพระรัตนตรัย ทั้งการแกะสลักเทียน การสร้างโบสถ์วิหาร ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ทุกอย่างทำอย่างสุดฝีมือ ตรงนี้ทำให้ชาวไทยเราเองเป็นผู้มีใจปราณีต งดงาม

● ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน
รั้งหนึ่งสมัยพุทธกาล พระศาสดาประทับที่เชตวันมหาวิหาร นางวิสาขาทูลอาราธนา พระศาสดาและหมู่สงฆ์ไปฉันที่บ้านวันรุ่งขึ้น พอดีมีฝนตกใหญ่ 4 ทวีป ซึ่งมีอานุภาพรักษาโรคได้
พระศาสดาให้พระภิกษุสงฆ์สนานกาย พระภิกษุไม่มีผ้าอาบน้ำฝนจึงเปลือยกายสรงน้ำฝน
นางวิสาขาให้นางทาสีไปนิมนต์พระมาฉัน พอไปถึงวัดเห็นพระภิกษุเปลือยกายอาบน้ำฝน นึกว่าเป็นพวกชีเปลือยจึงกลับไปบอกนางวิสาขา นางวิสาขาเป็นผู้ที่ฉลาดพอฟังก็รู้ว่าคงเป็นพระที่ท่านอาบน้ำฝน
● ธรรมเนียมชาวพุทธไทยในเทศกาลเข้าพรรษา....คลิกอ่านต่อ...
https://www.blockdit.com/posts/64bf51f136f49313c9ea265c
0 สาธุ