พระอรหันต์องค์หนึ่งชื่อพระปัญจสีลสมาทานิยเถระได้เล่าประวัติในอดีตชาติสมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้าไว้ว่า เวลานั้น เราเป็นคนทำงานรับจ้างอยู่ในนครจันทวดี เรามัวประกอบการงานของผู้อื่น จึงไม่ได้บวช โลกทั้งหลายถูกความมืดใหญ่หลวงปิดบังแล้ว ย่อมถูกไฟ 3 กองเผา (ไฟกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ) เราควรจะปลีกตัวออกไปด้วยอุบายอะไรหนอ
ไทยธรรมของเราไม่มี และเราเป็นคนยากไร้ (ไม่มีเงิน) ทำงานรับจ้างอยู่ ถ้ากระไร เราพึงรักษาเบญจศีล (ศีล 5) ให้บริบูรณ์เถิด เราจึงเข้าไปหาพระภิกษุชื่อนิสภะ ผู้เป็นสาวกของพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี แล้วได้รับสิกขาบท 5
เวลานั้น เรามีอายุ 1 แสนปี (อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ในยุคนั้น) เรารักษาเบญจศีลให้บริบูรณ์ตลอดเวลาเท่านั้น เมื่อเวลาใกล้ตายมาถึงเข้า ทวยเทพย่อมยังเราให้ชื่นชม มาเชื้อเชิญเราว่า ท่านผู้นิรทุกข์ รถอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่งนี้ปรากฏแล้วเพื่อท่าน (เทวดาบริวารนำ "เทวรถ" จากสวรรค์ลงมารับ)
เมื่อจิตดวงสุดท้ายเป็นไป เราได้ระลึกถึงศีลของเรา ด้วยกรรมดีที่ได้ทำแล้วนั้น เราได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก 30 ครั้ง (เป็นเทวราชา คือ พระอินทร์ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์) แวดล้อมด้วยนางอัปสรทั้งหลาย เสวยสุขอันเป็นทิพย์อยู่
เราได้เป็นกษัตริย์คือพระเจ้าจักรพรรดิ 75 ครั้ง ได้เป็นกษัตริย์คือพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ (นับชาติไม่ถ้วน) เราอันกุศลตักเตือนแล้วเคลื่อนจากเทวโลกมาเกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาลอันมั่งคั่งในนครเวสาลี
เมื่อศาสนาของพระชินเจ้า (พระสมณโคดมพุทธเจ้า) ยังรุ่งเรืองอยู่ มารดาและบิดาของเราได้รับสิกขาบท 5 ในเวลาเข้าพรรษา (ถือศีล 5) เราฟังเรื่องศีลอยู่พร้อมกับมารดาบิดาจึงระลึกถึงศีลของเราได้ เรานั่งอยู่บนอาสนะและได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
เราได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ตอนอายุ 5 ขวบ พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุทรงทราบคุณของเราแล้ว ได้ประทานอุปสมบทให้เรา เรารักษาสิกขาบท 5 ให้บริบูรณ์แล้ว ไม่ได้ไปสู่วินิบาตเลย (ไม่ตกนรก ฯลฯ) ตลอดกัปหาประมาณมิได้จากกัปนี้ (อสงไขยแสนกัป) เรานั้นได้เสวยยศเพราะกำลังแห่งศีลเหล่านั้น
เมื่อจะประกาศผลของศีลที่เราได้เสวยแล้ว โดยจะนำมาประกาศตลอดโกฏิกัป ก็พึงประกาศได้เพียงส่วนเดียว เรารักษาเบญจศีลแล้ว ย่อมได้เหตุ 3 ประการ คือเราเป็นผู้มีอายุยืนนาน 1, มีโภคสมบัติมาก 1, มีปัญญาคมกล้า 1 เมื่อประกาศผลของศีลทั้งปวงกะหมู่มนุษย์อันมีประมาณยิ่ง เราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมได้ฐานะเหล่านี้
พระสาวกของพระชินเจ้าทั้งหลาย ประพฤติอยู่ในศีลหาประมาณมิได้ ถ้าจะพึงยินดีอยู่ในภพ จะพึงมีผลเช่นไร เบญจศีลอันเราผู้เป็นคนรับจ้าง มีความเพียรประพฤติแล้ว เราพ้นจากเครื่องผูกทั้งปวงได้ในวันนี้ด้วยศีลนั้น ในกัปอันประมาณมิได้จากกัปนี้ (อสงไขยแสนกัป) เรารักษาเบญจศีลแล้ว ไม่รู้จักทุคติเลยเลย (คือ ไม่ไปนรก ไม่ไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย และสัตว์ดิรัจฉาน) นี้เป็นผลแห่งการรักษาเบญจศีล
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา 4 วิโมกข์ 8 และแม้อภิญญา 6 (คุณธรรมและคุณวิเศษของพระอรหันต์) เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว
คำอธิบาย และแหล่งอ้างอิง
1. ในอดีตบางยุคที่สิ่งแวดล้อมยังดีอยู่มาก คนจะมีอายุยืนมาก เช่น อายุยืนเป็นแสนปี ได้แก่ ในสมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า หรือบางยุคคนก็มีอายุยืนมากกว่านั้น การที่พระปัญจสีลสมาทานิยเถระในชาตินั้นรักษาศีล 5 ได้บริสุทธิ์ตลอดชีวิต คือ 1 แสนปีนั้น ยาวนานมาก จึงได้บุญมาก และมีอานิสงส์มาก
2. จากตัวอย่างนี้ จะเห็นว่าการทำบุญ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเดียว หากไม่มีเงิน ก็รักษาศีล หรือ ใช้เรี่ยวแรงช่วยงานวัดก็ได้ ในบุญกิริยาวัตถุ 3 คือ ทาน ศีล ภาวนา อานิสงส์หลักของทาน คือ จะทำให้ผู้ให้ทานมีทรัพย์มาก อานิสงส์หลักคือศีล คือ จะทำให้ผู้รักษาศีลมีรูปงาม มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และอายุยืน อานิสงส์หลักของภาวนา คือ จะทำให้ผู้เจริญภาวนาหรือนั่งสมาธิมีปัญญามาก ได้บรรลุธรรมและหลุดพ้นเป็นพระอรหันต์ได้
แต่ทั้งนี้ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ยังมีอานิสงส์อื่นด้วย เช่น คำบาลีว่า สีเลนะ โภคะสัมปะทา แปลว่า ศีลเป็นเหตุให้ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์ หรือดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "คนมีศีลย่อมได้กองโภคทรัพย์ใหญ่หลวง เพราะเหตุแห่งความไม่ประมาท"
3. บุญที่ทำให้พระปัญจสีลสมาทานิยเถระได้บรรลุเป็นพระอรหันต์นั้น ไม่ใช่เฉพาะบุญในชาตินั้นอย่างเดียว เป็นผลบุญรวมที่สร้างมาหลายชาติ แต่บุญนั้นท่านประทับใจจึงกล่าวไว้ในประวัติ
4. กัป เป็นหน่วยเวลาชนิดหนึ่งซึ่งนานมาก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ 100,000 ปี เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวหนึ่งโยชน์ (16 กิโลเมตร) กว้างหนึ่งโยชน์ สูงหนึ่งโยชน์ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด บุรุษหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้นถึงความสิ้นไป เพราะความพยายามนี้ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป กัปนานอย่างนี้"
5. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 71 หน้า 104 - 105, เล่ม 26 หน้า 515-516 , เล่ม 7 หน้า 115.
Cr.เพจ พม.สมคิด ชยาภิรโต
#พระไตรปิฏก #เข้าพรรษา #072today