ตายแล้วไปไหน ?
คนที่ตายประมาณ 1-2 วัน ปกติแล้วจะไม่รู้ว่าตาย เมื่อครบ 7วัน จึงรู้ว่าตนเองตายแล้ว โดยที่ผู้ตายไม่สามารถนำสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปด้วยได้เลยเว้นเสียแต่บาป บุญ ความดี ความชั่ว เท่านั้น เมื่อวิญญาณออกจากร่างจะยังไม่ไปไหนจะวนเวียนอยู่บริเวณนั้น วิญญาณจะถูกกักบริเวณไว้ 49 วัน เพื่อรอพิจารณาคดี โดยจะมีท่านมัจจุราชทำหน้าที่มานำเอาวิญญาณที่ชะตาถึงฆาต พาไปยังปรโลกหรือยมโลก คือโลกหน้าหรือโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์เป็นสถานที่อยู่หลังความตาย เป็นที่สากลไปอยู่ได้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด ก็ได้ ณ สถานที่นี้จะมีการตรวจสอบ บาป บุญ ความดี ความชั่วในขณะที่มีชีวิตอยู่ โดยวิญญาณที่บาป จะถูกนำตัวส่งไปนรก 8 ขุมใหญ่ แต่ละขุมแบ่งย่อยขุมละ 36 แห่ง แต่ละแห่งมีการลงทัณฑ์และทรมาณอีก 800 ด่าน แต่ละด่านมีเครื่องทรมาน นับไม่ถ้วน วิญญาณบางดวงอาจตกนรกทั้ง 8 ขุมเลยก็มี โดยเฉพาะผู้ที่ทำกรรมชั่วมหันต์หรือเรียกว่า "อนันตริยกรรม"
ซึ่งมีอยู่ 5 อย่างคือ 1.ฆ่าพ่อ 2.ฆ่าแม่ 3.ฆ่าพระอรหันต์ 4.ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก 5.ทำร้ายพระพุทธเจ้าห้อเลือด
เรามาดูเหตุการณ์ 49 วัน หลังความตาย
เจ็ดวันรอบแรก วิญญาณผู้ตายต้องเดินผ่านดงหมาป่าที่ดุร้ายเหมือนเสือขวางทางอยู่ เมื่อวิญญาณบาปผ่านมาถึง ฝูงหมาป่าเห็นก็จะกระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัวกรีดร้อนโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกขเวทนา ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดีจะมีหมู่เทวะทูตคอยพิทักษ์คุ้มครองพวกหมาป่าจึงนิ่งเฉยไม่กล้าทำอะไร วิญญาณจึงผ่านฝูงหมาป่าไปได้ด้วยดี
เจ็ดวันรอบที่ที่สอง วิญญาณจะผ่านมาถึงด่านประตูผี เจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่านเมื่อเห็นวิญญาณบาปก็จะทุบตีอย่างไม่ปราณีและยังมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันมาทวงหนี้ ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดีจะได้รับการต้อนรับและสามารถผ่านด่านนี้ไปโดยปลอดภัย
เจ็ดวันรอบที่สาม เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงยมโลก ถ้าเป็นวิญญาณบาปจะถูกตีโซ่ตรวนไว้และถูกบังคับนำไปอยู่หน้าหอกระจกส่องกรรมเพื่อให้เห็นว่ายามมีชีวิตได้ทำชั่วอะไรไว้บ้างโดยภาพความชั่วต่างๆจะปรากฎให้เห็น หลังจากนั้นจะนำไปพิจารณาโทษ ส่วนวิญญาณผู้ประกอมกรรมดีจะได้รับการต้อนรับและมีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวขุมนรกต่างๆ พาไปดูสภาพของญาติพี่น้องที่ทำบาป กำลังรอการตัดสินความผิด
เจ็ดวันรอบที่สี่ มาถึงด่านภูเขากระดาษเงิน กระดาษทอง ที่ญาติพี่น้องในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้ทับถมเป็นภูเขาเลากา ซึ่งตามความจริงแล้วแม้ผู้ตายจะได้รับก็ไร้ประโยชน์ และการที่ผู้ตายจะขึ้นเพื่อผ่านภูเขาลูกนี้ไปก็ยากลำบากมาก
เจ็ดวันรอบที่ห้า วิญญาณผู้ตายมาถึงหอดูบ้านเมืองเดิม ได้เห็นลูกหลานคนในครอบครัวต่างก็ไว้ทุกข์ด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการตายของตน ซึ่งถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตนเองตายแล้ว ไม่อาจกลับบ้านได้อีกแล้วได้แต่เสียใจอาลัยอาวรณ์
เจ็ดวันรอบที่หก วิญญาณผู้ตายมาถึงด่านคุมบัญชี ยมบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูบาป บุญ ที่ผู้ตายได้สร้างสมไว้ตอนมีชีวิต หลังจากหักลบกันแล้ว ถ้าบุญมากกว่าบาปก็จะให้ไปเกิดยังสุคติภูมิ แต่ถ้ามีบาปมากกว่าบุญก็จะส่งไปยังนรกภูมิ รับทุกข์อย่างน่าเวทนา
เจ็ดวันรอบที่เจ็ด วิญญาณผู้ตายมาถึงด่านตรวจสอบ ยมบาลก็จะสั่งเลขาฯให้ตรวจสอบดูว่าผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตหรือไม่ ถ้ามัวหลงผิดฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้องก็จะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว แต่ถ้าผู้ตายได้ถือศิลกินเจละเว้นจากการฆ่าสัตว์ก็จะลหุโทษให้
ถึงแม้ร่างกายจะหมดอายุขัยไปแล้ว สภาพการตายจะพอบ่งบอกให้รู้ว่าวิญญาณนั้นไปสู่สุคติหรือลงนรกภูมิ ดังนี้
- ตอนตายใหม่ๆ ถ้าหาก สีหน้าปกติ ร่างกายอ่อนนิ่มเหมือนคนมีชีวิตอยู่เนื่องจากบรรลุธรรม ดวงวิญญาณจะไปสู่สุคติ แต่ถ้าหน้าน่าซีดผาด เหมือนคนตกใจ แสดงว่าวิญญาณได้ตกสู่นรกแล้ว
- ตอนตายใหม่ๆร่างกายแข็งทื่อ หน้าตาน่ากลัว เพราะความตกใจ บางคนจะกรีดร้องเสียงคล้ายสัตว์ คนเหล่านี้จะไปเกิดเป็นสัตว์ 4 เท้า
- สังเกตุจาก ตา ชอบดูสิ่งเหลวไหล ลุ่มหลงในรูปต่างๆคนเหล่านี้เวลาใก้ลตาย ดวงตาจะเบิกกว้าง จะไปเกิดเป็นสัตว์ปีก
- หู ชอบฟังเรื่องเหลวไหล เรื่องซุบซิบนินทา คนเหล่านี้เวลาตาย หู จะชันขึ้นและจะไปเกิดเป็นสัตว์ที่ออกจากครรภ์(สัตว์ที่ออกลูกเป็นตัว)
- จมูก ชื่นชมกลิ่นคาวโลกีย์ เช่น เงิน ทอง สุรา นารี การพนัน ลาภยศและค่านิยมที่ผิดศีลธรรมฯลฯ จะไปเกิดเป็นแมลงต่างๆ แต่ถ้าบาปหนักมากๆวิญญาณจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเศษวิญญาณซึ่งจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด
- ปาก ชอบพูดเรื่องเหลวไหล พูดนินทา พูดวิจารณ์ พูดกล่าวร้ายป้ายสี ด่าคำหยาบคาย คนเหล่านี้เวลาตาย ปากจะอ้าค้างอยู่ตลอดและจะไปเกิดเป็นสัตว์น้ำ ไปอยู่กับรสชาติที่โสโครกและสกปรก
สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนในขณะมีชีวิตอยู่นั้นก็ให้สะสมบุญ สะสมความดี กันให้มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลกตอนนี้ท่านอาจจะยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฎแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
#กฏแห่งกรรม #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today