“ ใจ ” เป็นธรรมชาติที่ละเอียดอ่อน มีความผ่องใสในตนเอง แต่ผู้เป็นเจ้าของมักชักนำอารมณ์ต่างๆ เข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ยอมให้มันยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง เมื่อเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องสัมผัส และใจรับรู้อารมณ์ เมื่อใจรับอารมณ์แล้วก็ต้องคอยดีใจ เสียใจอยู่เสมอ

การตามใจตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจจนเกินไปย่อมทำให้ต้องดิ้นรนมาก มีทุกข์มาก จิตไม่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ เป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรม

พระพุทธองค์จึงทรงพร่ำสอนให้ระวังจิตของตนไม่ให้หวั่นไหวไปในอารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบ ต้องมีสติในการมอง การฟัง การดมกลิ่น การรับรส การถูกต้องสัมผัส และความรู้สึกนึกคิด อย่าให้มีการยึดมั่นถือมั่นในการรับอารมณ์เหล่านั้นมากจนเกินไป

ฝึกทำใจของเราให้หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ เช่นเดียวกับ “แผ่นดิน” คือแม้เราเอาน้ำร้อนหรือน้ำเย็นเทลงไป เอาของสกปรกเทลงไป หรือเอาของหอมเทลงไป แผ่นดินก็ยังเฉย ๆ การทำใจเราให้เหมือนแผ่นดินก็เป็นเช่นนี้ เมื่อฝึกบ่อยๆ ใจจะเริ่มหนักแน่นมั่นคง สติและสมาธิจะตั้งมั่น การปฏิบัติธรรมจะดีขึ้น ชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้นตามมา

ยสวํโส ภิกขุ.
#ธรรมะสบายๆ #เพจต้นกล้าแห่งความดี #ธรรมะสั้นๆ #ยสวังโสภิกขุ
0 สาธุ