วันออกพรรษาทุกปีพญานาคและบริวารต่างระลึกนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ใกล้วันออกพรรษา เราก็จะได้ยินได้ฟังและบางท่านก็ได้เห็นบั้งไฟพญานาคด้วยตาตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์บนลำน้ำโขง ที่กล่าวกันว่าพญานาคได้พ่นดวงไฟเพื่อน้อมบูชาคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อกันมายาวนานว่า
พญาศรีสุทโธนาคราช" ราชาแห่งเมืองนาคบาดาล ผู้พ่นดวงไฟถวายเป็นพุทธบูชา ที่มาตำนานบั้งไฟพญานาคแห่งลุ่มน้ำโขง พญานาคถวายดวงไฟบูชาพระพุทธเจ้าพญาศรีสุทโธนาคราช และบริวารแสนโกฐิพร้อมใจต้อนรับพระพุทธองค์ที่เสด็จจากดาวดึงส์
วันนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปิดโลกทั้ง 3 ให้เห็นทั่วกัน ทั้งโลกสวรรค์ มนุษย์และยมโลก ทำให้มนุษย์ สัตว์และสัตว์นรกต่างเลื่อมใส
และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อเหล่ามนุษย์ เทวาและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกคนทุกตนในวันนั่นต่างล้วนตั้งความปรารถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งใจละชั่วทำความดี
จึงจะเห็นได้ว่า บั้งไฟพญานาคจะปรากฏอยู่ในวันคืนวันออกพรรษาเดือน ซึ่งดวงไฟจะขึ้นจากน้ำตั้งแต่หัวค่ำ และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วงดึก หรืออาจจะเลยช่วงเวลาเที่ยงคืนออกไป ซึ่งเป็นวันแรม 1 ค่ำ
การเกิดบั้งไฟพญานาคตามความเชื่อในทางพระพุทธศาสนานั้น เชื่อว่า พญานาคทั้งหลาย ต่างระลึกนึกถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้พ่นดวงไฟเป็นประทีปเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธองค์ในคืนออกพรรษา
บ้างก็จะเรียกว่า พญานาคพ่นไฟ บูชาไฟ เป็นพุทธบูชา โดยดวงไฟที่ว่านั้น พวยพุ่งออกจากปากของพญานาค ขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อเป็นพุทธบูชาและรับเสด็จพระพุทธเจ้าด้วยความปลื้มปีติยิ่ง
ดังนั้นในวันออกพรรษาทุกปีพญานาคและบริวารต่างระลึกนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นพระพุทธเจ้าเปิดโลกจึงพร้อมใจกัน กลั่นดวงไฟเพื่อเป็นประทีปบูชาคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยจิตที่เลื่อมใส
#แชร์ต่อได้บุญ