เมื่อพระปิยทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว และเมื่อพระศาสนาของพระองค์อันตรธานไปแล้ว ต่อมาอายุขัยของมนุษย์ก็ลดลงตามลำดับตามอำนาจกิเลสที่เพิ่มขึ้น จาก 90,000 ปี อายุของมนุษย์ได้ลดลงเรื่อยๆจนเหลือเพียง 10 ปี และได้เกิดรบราฆ่าฟันตายจำนวนมาก มนุษย์ยุคนั้นมีนิสัยคล้ายสัตว์
เมื่อผู้คนล้มตายกันไปมากผู้ที่รอดตายจึงได้คิดและตั้งใจทำความดี บุญจึงส่งผลให้มนุษย์มีอายุยืนขึ้นตามลำดับจาก 10 ปี เพิ่มเป็น 20 ปี 40 ปี ...ไปเรื่อยๆจนมนุษย์มีอายุถึงอสงไขยปี แล้วอายุของมนุษย์ก็ลดลงอีกเป็นวัฏจักรจนถึงยุคที่ผู้คนมีอายุ 100,000 ปี
ในสมัยนั้นพระอัตถทัสสีโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีมาเต็มแล้วได้จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตลงมาถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสุทัสสนาเทวี อัครมเหสีในราชสกุลของพระเจ้าสาคระแห่งกรุงโสภณะ พระองค์อยู่ในพระครรภ์ 10 เดือน แล้วประสูติจากพระครรภ์พระชนนี ณ สุจินธนราชอุทยาน
พอพระมหาบุรุษประสูติจากพระครรภ์พระชนนี ผู้คนจำนวนมากพากันได้ขุมทรัพย์ใหญ่ที่บรรพบุรุษฝังกันไว้สืบ ๆ กันมา เพราะเหตุนั้นพระชนกชนนีจึงขนานพระนามพระโอรสว่า อัตถทัสสี คำว่า อัตถะ แปลว่า ประโยชน์ ทัสสี แปลว่า เห็น ดังนั้น อัตถทัสสี จึงหมายถึง ผู้เห็นซึ่งประโยชน์ แต่ในที่นี้หมายรวมถึง การยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ปวงชนด้วย
พระอัตถทัสสีโพธิสัตว์ทรงครองฆราวาสอยู่ 10,000 ปี มีปราสาท 3 หลังที่มีกลิ่นหอมอย่างยิ่ง ชื่ออมรคิรี สุรคิรี และคิริวาหนะ ทรงมีพระสนมนารี 33,000 นาง โดยพระนางวิสาขาเทวีเป็นประมุข เมื่อพระโอรสพระนามว่าเสลกุมาร ของพระนางวิสาขาเทวีทรงสมภพ พระอัตถทัสสีโพธิสัตว์ก็ออกบวชด้วยพญาม้าชื่อ สุทัสสนะ
ในวันที่พระองค์ออกบวชนั้น มีบุรุษ 9 โกฏิ บวชตามเสด็จ พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียร 8 เดือน ก็ได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระอัตถทัสสีพุทธเจ้า ในการแสดงธรรรมครั้งแรก คือ ตรัสธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีเทวดาและมนุษย์ได้บรรลุธรรมมากถึง 100,000 โกฏิ หรือ 1 ล้านล้าน ตน/คน
คำอธิบาย และแหล่งอ้างอิง
1. แม้เราไม่ได้เจอพระพุทธเจ้าแต่การได้กราบไหว้ ทำความสะอาด และบูชาสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ เช่น เจดีย์ ต้นโพธิ์ เชิงตะกอน พระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ก็ได้บุญมาก มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกว่า "ผู้ใดบูชาพระพุทธเจ้าผู้ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี บูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้าแม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน" และที่สำคัญหากได้นำคำสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติก็ยิ่งมีอานิสงส์มาก
2. กัป เป็นหน่วยเวลาชนิดหนึ่งซึ่งนานมาก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ 100,000 ปี เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวหนึ่งโยชน์ (16 กิโลเมตร) กว้างหนึ่งโยชน์ สูงหนึ่งโยชน์ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด บุรุษหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้นถึงความสิ้นไป เพราะความพยายามนี้ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป กัปนานอย่างนี้"
3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 73 หน้า 527 - 533, เล่ม 71 หน้า 405, เล่ม 26 หน้า 515-516