#คำบัญชา ของหลวงปู่วัดปากน้ำ ประมาณปี พ.ศ. 2497 ห้าปีก่อน ที่หลวงปู่วัดปากน้ำ จะมรณภาพ คราวนั้น ท่านเรียกประชุม ลูกศิษย์ทั้งหมด ทั้งในวัด และ นอกวัด เพื่อประกาศ ให้ทุกคนรับรู้ว่า อีก 5 ปี ท่านจะมรณภาพ ให้ทุกคน ช่วยกันเผยแผ่ วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก เพราะ สำคัญ และ มีประโยชน์มาก วิชชานี้ ช่วยคนได้ทั้งโลก และ สั่งไม่ให้คุณยาย ไปไหน ให้อยู่ที่วัดปากน้ำ รอผู้ที่จะมาสืบทอด วิชชาธรรมกาย ในวันข้างหน้า ต่อไป ห้าปีต่อมาหลวงปู่ท่าน อาพาธหนัก บรรดาพระภิกษุต่าง ห้อมล้อมท่าน เต็มไปหมด คุณยายไม่สามารถ ขึ้นไปเยี่ยมท่านได้...

#ได้แต่สังเกต คอยฟังข่าวอยู่ห่าง ๆ เพราะ วินัยความเป็นอยู่ ที่หลวงปู่วัดปากน้ำ เข้มงวดตลอดมานั้น!. ทำให้แม่ชี ต้องสำรวมระวังตัวเอง ให้อยู่ห่าง ๆ พระภิกษุ จนกระทั่ง ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หลวงปู่ท่าน ก็มรณภาพลง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 เวลาบ่าย 3 โมงเศษ หลังจาก ที่หลวงปู่ มรณภาพแล้ว เหล่าลูกศิษย์นักทำวิชชา ทั้งหลาย ต่างแยกย้ายกันไป คนละทิศ ละทาง บางคนก็ไปอยู่ที่อื่น บางคน ก็ยังปักหลัก สอนธรรมปฏิบัติ อยู่ตามกุฏิ หรือ ตามบ้านของแต่ละคน ในบริเวณวัดปากน้ำ ส่วนคุณยายมหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง ท่านไม่ได้ย้ายไปไหน ท่านมี ความกตัญญูกตเวที อยู่คอยปรนนิบัติ ช่วยเหลือ ดูแลแม่ชีทองสุข ผู้เป็นครูสอนธรรมะ...

#ให้ท่านเป็นคนแรก ที่บ้าน 3 ชั้น 1 ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดปากน้ำ พบผู้สืบทอด ความหวังของคุณยาย ดูเหมือน. จะเป็นจริงขึ้นมา เมื่อท่านได้พบกับ เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่สนใจมา ขอเรียนธรรมปฏิบัติ กับท่าน และ มีผลการปฏิบัติธรรม ดีเยี่ยม! ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นผลให้ ท่านมั่นใจว่า เด็กหนุ่มคนนี้ คือ ผู้ที่จะมาสืบทอด งานของหลวงปู่วัดปากน้ำ ให้สำเร็จลุล่วงได้ เด็กหนุ่มคนนั้น ปัจจุบัน คือ หลวงพ่อธัมมชโย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "หลวงพ่อ"). สมัยที่ยังเป็น นักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย หลวงพ่อธัมมชโย เป็นเด็กหนุ่ม ที่แปลกไปจากเด็กหนุ่มทั่วไป คือ มักจะมีคำถาม ให้กับตัวเองเสมอว่า "เราเกิดมาทำไม และ อะไรคือเป้าหมายชีวิต" ...

#อันที่จริง หลวงพ่อท่านมีคำถามนี้ อยู่ในใจมาตั้งแต่อายุ 13 ปีแล้ว และ แสวงหาคำตอบ เรื่อยมาทั้งศึกษาจาก ผู้รู้ทั้งหลาย และ อ่านหนังสือมากมาย ทุกประเภท กล่าวได้ว่า. ห้องสมุดนั้น อยู่ใต้เตียงนอน ของท่าน เพราะ มีหนังสืออยู่เต็ม ไปหมด แม้ในเวลาต่อมา ท่านก็ไม่ละ ความพยายาม ในการค้นหาคำตอบ. ยังคงหาทาง ไปปฏิบัติธรรม ตามวัดวาอาราม ที่มีผู้แนะนำว่าดี เพิ่มขึ้นอีก แต่ ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ถูกใจ ต่อมา เมื่อได้อ่านพบ หนังสือชื่อ "วิปัสสนาบันเทิงสาร"ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ คุณยาย และ คุณยายทองสุก พร้อมทั้งมี ภาพประกอบ เป็นภาพคุณยาย คุณยายทองสุก...

#แล้วก็ครูญาณี ในหนังสือเล่มนั้น! พูดถึงเรื่องการปัดลูกระเบิด ของคุณยาย อันเป็นเรื่อง ที่จุดประกายขึ้นในใจ ของหลวงพ่ออย่างยิ่ง! ท่านจึงเกิดความหวังว่า ถ้าคุณยาย ปัดลูกระเบิดได้ ก็ต้องตอบคำถาม ของท่านได้ นับแต่วันนั้นมา หลวงพ่อ มีความกระตือรือร้น ปรารถนาที่จะพบคุณยายมาก!. แม้ว่าที่พักของท่าน จะอยู่ข้าง วัดใหม่ศรีสุพรรณ ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดพลู แต่ ท่านก็ยังไม่มีโอกาส ไปวัดปากน้ำอยู่นั่นเอง! สามปีต่อมา เมื่อหลวงพ่อท่านอายุได้ 18 ปีเต็ม ย่างเข้า 19 ปี ในระหว่างที่มีเวลาว่าง หลังจาก การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ประกอบกับความรู้สึก อันแน่วแน่ ที่จะไปตามหาคุณยาย...

#ให้พบเป็นเหตุผลักดัน ให้ท่านหาหนทาง ไปวัดปากน้ำจนได้ ท่านไปโดยที่ไม่รู้จักใคร ขณะที่เดินลัดเลาะ ผ่านอาคารหลังหนึ่ง ท่านแลเห็นคุณยาย กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า ที่ตั้งศพของคุณยายทองสุก คุณยายนั่งหันหลังมาทางหลวงพ่อ เวลานั้น หลวงพ่อไม่รู้ว่าคุณยายเป็นใคร?. ทั้งยังจำไม่ได้ว่า เป็นคน ๆ เดียวกับ ในหนังสือที่เคยอ่านหรือไม่? เมื่อไม่พบ ผู้ที่ต้องการมาหา จึงกลับไปด้วย ความผิดหวัง จากวันนั้น หลวงพ่อก็ไม่ได้ไป ที่วัดปากน้ำอีก ท่านกลับไป เรียนหนังสือ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม คำถาม 2 ข้อที่ว่า "เราเกิดมาทำไม และ อะไรคือเป้าหมายชีวิต" ก็ไม่เคยลบเลือน ไปจากจิต ใต้สำนึกของท่านเลย มีแต่ทวีความสนใจ ใคร่รู้คำตอบมากยิ่งขึ้นไปอีก...***#วัดปากน้ำภาษีเจริญ
0 สาธุ