เวลาทำงานต้องพิจารณาสิ่งใด
การปฏิบัติภารกิจทุกชนิดเป็นการทำงาน และการทำงานทุกชนิดเป็นการทำกรรม การทำกรรมทุกชนิดมี ๒ อย่าง คือ

ทำแบบฉลาด และแบบไม่ฉลาด เพราะฉะนั้น การทำงานฉลาดกลายเป็นกรรมดี การทำงานไม่ฉลาด ก็กลายเป็นกรรมชั่ว

กรรมดีก็ก่อให้เกิดนิสัยรักดี นิสัยละเอียด นิสัยประณีตตามมา ไม่เท่านั้น บุญก็ยังเกิด ความเป็นสุขก็เกิด ความเจริญรุ่งเรืองก็จะเกิด

การทำงานอะไรที่เรียกว่าเป็นการทำงานฉลาด
๑. จะทำงานอะไรก็ตาม ไม่ผิดหลักธรรมในพระพุทธศาสนา พูดง่ายๆ มิได้ขัดกับธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๒. ในการกระทำนั้นๆ ไม่ผิดหลักวิชาการ ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร ในเชิงวิทยาศาสตร์กับเชิงหลักธรรม อย่าให้ขัดกัน สำรวจตรวจสอบให้ชัดเจน แล้วลงมือทำ

๓. ผิดประเพณีไหม บางทีไม่ผิดสามข้อข้างต้นที่กล่าวมา แต่ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีย่านนั้นเขารับไม่ได้ อาจจะต้องรอจังหวะก่อน ก็ว่ากัน

๔. ผิดกฎหมายบ้านเมืองหรือเปล่า อยู่บ้านไหนเมืองไหน ก็ต้องเหลียวซ้ายแลขวาว่ากฎหมายกฎระเบียบในบ้านนั้นเมืองนั้นขณะนั้นเป็นอย่างไร ก็ต้องระมัดระวัง ติดตามศึกษาดูให้ดี

๕. ทำไม่ผิดกาลเทศะ

เมื่อคนเราทำอะไรระมัดระวังอย่างนี้ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าทำไปแล้วจะไม่ได้บุญ เพราะตรองแล้วตรองอีก จนกระทั่งมันถูกมันต้อง มันละเอียดลออ มันเป็นบุญจริงๆ

ถ้าทำอะไรไปแล้วก็อย่างที่ว่า คือละเอียดประณีต พินิจพิจารณาสิ่งที่เราทำนั้น มันผิดหลักธรรมคำสอนไหม ผิดหลักวิชาการไหม ผิดประเพณีไหม ผิดกฎหมายไหม ผิดกาลเทศะไหม เราหมั่นพินิจพิจารณาในสิ่งเหล่านี้ ปัญญามันจะเกิด ความละเอียดลออมันจะเกิด แล้วเดี๋ยวช่องทางที่บุญมันจะเกิดมาเพียบเลย

#หลวงพ่อทัตตชีโว #คำสอนมหาปูชนียาจารย์ #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today
0 สาธุ