หลวงพ่อตอบปัญหา : ทำไมต้องหาโอกาสทานข้าวพร้อมกันทั้งครอบครัวด้วยครับ แล้วเวลาทานข้าวควรพูดคุยเรื่องอะไรบ้างครับ เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่น?
"มื้อกินข้าว โดยเฉพาะมื้อเย็น เป็นมื้อที่สนุกที่จะพร้อมหน้ากัน เมื่อพร้อมหน้ากัน
ใครมีอะไรก็ซัก ก็ถามกัน เลยเป็นที่มาของการแสดงความคิดเห็น จะถูกยกขึ้นมาบนโต๊ะนี่เอง
ในเรื่องการกินอาหารพร้อมกัน ว่าไปแล้วทุกชนชาติเลย ชนชาติที่เจริญแล้ว โอกาสที่จะมาประชุมพร้อมกันทั้งบ้านมันยาก
พอโตขึ้นแล้ว ต่างคนก็จะต้องต่างไปทำงานของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ มื้อเช้าโอกาสจะกินข้าวพร้อมกันยาก โอกาสที่จะสื่อสารเรื่องต่าง ๆ ยาก
มื้อกลางวันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่างอยู่ที่ทำงานของตัวเอง เพราะฉะนั้น จะได้อีกทีหนึ่ง ก็ตรงมื้อเย็น
ถ้าไม่ฉวยโอกาสมื้อเย็น เป็นวงสนทนาด้วย ตักเตือนกันด้วยล่ะก็ บ้านนั้นจะเหงา มนุษยสัมพันธ์จะขาด ตัวใคร ตัวมันทันทีเลย
ตรงนี้ต้องระมัดระวังให้ดี ถ้าไม่ระมัดระวัง ก็นี่แหละ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณพ่อ คุณแม่สมัยนี้ ที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด
หรือเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พอมีลูกเขาก็ส่งไปอยู่กับย่ากับยาย ครั้นพอลูกโตสักหน่อย ๑๐ ขวบขึ้นมาแล้ว
มาอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ ตั้งแต่เล็กไม่ได้อยู่ มาอยู่เมื่อ ๑๐ ขวบ ๑๒ ขวบ แล้วบางทีมาอยู่เอาตอนที่ อยู่ชั้นมัธยม
ตรงนี้เอง ลูกที่มา ไม่รู้อัธยาศัยพ่อแม่ตัวเองเท่าที่ควรจะเป็น คุณตา คุณยาย หรือคุณปู่ คุณย่า กับไอ้หลานคนนี้ ก็ตามมันไม่ค่อยทัน
เพราะอายุมันห่างกันเยอะ ปู่กะย่า ตากะยาย ตามไอ้หลานคนนี้ไม่ทัน ถ้าไอ้หลานคนนี้ ได้เพื่อนไม่ดีตั้งแต่เล็ก
พอมาอยู่กับพ่อ กับแม่ ยิ่งเข้ากับพ่อแม่ไม่ได้เป็นปัญหาแล้ว แล้วจะเป็นปัญหาตลอดชีวิตด้วย
ตรงนี้ต่างหาก ที่มันเป็นปัญหาของทั้งโลกอยู่ปัจจุบันนี้ มีอะไรก็เตือนกันไป มันก็เป็น ความสุขแบบชาวบ้าน
สิ่งเหล่านี้มันหล่อหลอมมาจากบ้านนะ ถ้ามีอะไรที่จะต้องพูดกันบนโต๊ะอาหารละก็ ไม่เสียอารมณ์แล้ว แล้วเอามาพูด
ถ้าต้องเสียอารมณ์ ไม่พูดแล้ว เดี๋ยวเอาไปต่อนอกให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยมาว่ากันมันก็ทำให้ครอบครัวอบอุ่นดี"
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
#หลวงพ่อทัตตชีโว #คำสอนมหาปูชนียาจารย์ #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today