ในสมัยพุทธกาล ครั้งหนึ่ง โพธิราชกุมารทำบุญฉลองปราสาท จึงนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ไปฉันภัตตาหาร นิมนต์พระพุทธองค์ให้ประพรมในปราสาทด้วยของหอมเพื่อเป็นสิริมงคล และได้ปูผ้าไว้ให้พระองค์ทรงเหยียบโดยคิดว่า "ถ้าเราจะได้บุตรหรือธิดาไซร้ ขอพระศาสดาทรงเหยียบแผ่นผ้านี้"

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปถึง โพธิราชกุมารทรงรับบาตรและกราบทูลว่า "ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปเถิด พระเจ้าข้า" แต่พระพุทธองค์ไม่เสด็จเข้าไป โพธิราชกุมารทรงอ้อนวอน 2-3 ครั้ง พระพุทธองค์ก็ยังไม่เสด็จเข้าไปแต่ทรงแลดูพระอานนท์.

พระอานนท์เถระทราบว่า พระพุทธองค์ไม่ทรงเหยียบผ้านั้นจึงทูลให้พระราชกุมารเก็บผ้าเสีย หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเข้าไปและได้เสวยเสร็จแล้ว โพธิราชกุมารกราบทูลถามว่า "พระองค์ไม่ทรงเหยียบผ้าของหม่อมฉันเพราะเหตุอะไร ?"

พระพุทธองค์. ก็พระองค์ทรงดำริอย่างไร ? จึงลาดแผ่นผ้า
ราชกุมาร. หม่อมฉันคิดว่า "ถ้าเราจักได้บุตรหรือธิดาไซร้ พระศาสดาจักทรงเหยียบแผ่นผ้าของเรา"

พระพุทธองค์. ราชกุมาร เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงไม่เหยียบ.
ราชกุมาร. หม่อมฉันจักไม่ได้บุตรหรือธิดาเลยเทียวหรือ ?

พระพุทธองค์. อย่างนั้น ราชกุมาร.
ราชกุมาร. เพราะเหตุไร ? พระเจ้าข้า.

พระพุทธองค์. เพราะความที่พระองค์กับพระชายา เป็นผู้ประมาทแล้วในชาติก่อน.
ราชกุมาร. ในกาลไหน ? พระเจ้าข้า.

จากนั้นพระพุทธองค์ตรัสกรรมคือความประมาทในอดีตชาติว่า ในอดีตกาลมนุษย์หลายร้อยคนแล่นเรือลำใหญ่ไปสู่มหาสมุทรแต่เรืออับปางกลางสมุทร สองสามีภรรยาคว้าได้แผ่นกระดานแผ่นหนึ่ง แล้วอาศัยกระดานนั้นล่องไปสู่เกาะแห่งหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆที่เหลือตายในมหาสมุทรทั้งหมด

ที่เกาะนั้นมีนกอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งสองคนไม่เห็นสิ่งอื่นที่ควรกิน เมื่อหิวจึงเก็บไข่นกมาปิ้งกินเมื่อไข่นกหมดก็จับลูกนกปิ้งกิน เมื่อลูกนกหมดก็จับพ่อแม่นกปิ้งกิน ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่เกาะนั้นจนตลอดชีวิต คือตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย ได้ทำกรรมคือฆ่านกเหล่านั้นจนตลอดชีวิต สองสามีภรรยาคู่นั้นได้มาเกิดเป็นโพธิราชกุมารและพระชายาในชาติปัจจุบัน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอีกว่า "ราชกุมาร ในกาลนั้นถ้าพระองค์กับภรรยาจักไม่ประมาทแม้ในวัยหนึ่ง บุตรหรือธิดาพึงเกิดขึ้นในวัยหนึ่ง"

หมายความว่า ในช่วงที่ติดเกาะอยู่นั้นหากมีช่วงหนึ่งที่สองสามีภรรยานั้น หาวิธีดำรงชีพโดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ต่างๆ เช่น ปลูกผักเลี้ยงชีพสักช่วงหนึ่งของชีวิต อาจจะเป็นช่วงปฐมวัย หรือมัชฌิมวัย หรือปัจฉิมวัย ในชาตินี้ก็สามารถมีลูกได้ในเวลามีอายุตรงกับวัยที่ไม่ได้ทำอกุศลกรรม แต่ทั้งสองคนได้ฆ่านก กินไข่ ฆ่าพ่อแม่และลูกนกจนตลอดชีวิต บาปนั้นจึงส่งผลทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมจบ โพธิราชกุมารก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน

ข้อคิด และแหล่งอ้างอิง

1. แต่ละคนเกิดกันมาหลายชาติ ทำบุญและบาปกันมามากมาย เพราะความไม่รู้ หรือบางครั้งก็ทำเพื่อเอาชีวิตรอด แต่กฎแห่งกรรมไม่เคยละเว้น การแก้กรรมทำได้ด้วยการสั่งสมบุญและอุทิศบุญให้แก่คู่กรรมคู่เวรบ่อยๆ บาปก็จะเบาบางลง

2. หลายคนอยากจะมีลูกมาก พยายามหลายวิธีแต่ไม่สามารถมีได้ ทั้งๆที่ครอบครัวพรั่งพร้อม มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทั้งนี้ก็เป็นเพราะมีวิบากกรรมตามมาส่งผลนั่นเอง ก็ต้องทำใจ ให้คิดเสียว่า จะได้มีเวลาศึกษาและเข้าวัดปฏิบัติธรรม สั่งสมบุญมากขึ้น ไม่ต้องเสียไปกับการเลี้ยงลูก รวมทั้งไม่ต้องทุกข์ใจกรณีลูกมีปัญหาด้วย

3. บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป คือ บุญที่เคยทำในชาติต่างๆ ส่งผลให้โพธิราชกุมารได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน แต่เศษกรรมคือบาปที่กินไข่ ฆ่าพ่อแม่ และลูกนก จนตลอดชีวิตในชาตินั้น ส่งผลให้ไม่สามารถมีลูกได้ในชาตินี้

4. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 42 หน้า 188 - 194
Cr.เพจ พม.สมคิด ชยาภิรโต
#พระไตรปิฏก #กฏแห่งกรรม #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today
0 สาธุ