จุดเด่นของพระพุทธศาสนา
คือ เป็นศาสนาที่ไม่สอนให้คนเชื่อแบบงมงาย แต่สอนให้ศรัทธาคือมีความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา เชื่อด้วยเหตุผล ไม่บังคับให้เชื่อ ไม่มีบทลงโทษจากองค์กรศาสนาหากไม่เชื่อ
ศรัทธานั้นโดยย่อมี 2 อย่างคือ เชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมที่พระพุทธเจ้าสอน
ที่บอกว่า ศรัทธา เป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญานั้น เพราะมีข้อสังเกตว่า ในหลักธรรมหมวดต่างๆที่มี ศรัทธาอยู่ด้วย หลักธรรมหมวดนั้นจะลงท้ายด้วย "ปัญญา" เช่น พละ 5 คือ ธรรมที่เป็นพลังทำให้เกิดความมั่นคงประกอบด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
โดยปัญญามี 3 ประการ คือ สุตมยปัญญา จินตามยปัญญา และภาวนามยปัญญา
สุตมยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการฟัง การอ่าน และการศึกษาหาความรู้
จินตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการนำความรู้ที่ได้ฟัง ที่ได้อ่าน ที่ได้ศึกษา มาคิด ไตร่ตรองด้วยเหตุผล เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการนำความรู้นั้นมาปฏิบัติ ได้แก่ นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือทำตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในหมวดธรรมต่างๆ
ความศรัทธา คือ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมที่พระพุทธเจ้าสอน ได้แก่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อชาวพุทธได้ใช้ปัญญาไตร่ตรองดูผลของกรรมตนเอง หรือคนรอบข้าง ก็จะเห็นชัดว่า เป็นเช่นนั้นจริง เด็กที่ตั้งใจเรียน ก็จะเรียนจบ มีความรู้ มีการงานที่ดีรองรับ เด็กที่เกเร ไม่ตั้งใจเรียน ก็จะเรียนไม่จบ และหากไปคบคนพาล ก็จะกลายเป็นอันธพาล ไปทำผิดกฎหมายเข้าก็ติดคุกติดตะราง นี้คือ หลักทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ส่วนกรณีที่บางคนทำชั่ว แต่ดูเหมือนว่า ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองนั้น พระพุทธเจ้าก็สอนว่า ชีวิตไม่ได้มีชาติเดียว คนเหล่านี้เคยทำบุญไว้ในอดีต บุญนั้นส่งผลให้เจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน ส่วนกรรมชั่วที่ทำยังไม่ถึงเวลาให้ผล
กรรมปัจจุบันเปรียบเสมือนต้นไม้ที่เพิ่งปลูก จึงยังไม่ได้กินผลในทันที ต้องรอเวลามันเติบโตจึงจะได้กินผล ส่วนกรรมในอดีตชาติเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้นานแล้วจึงออกผลเต็มที่ เช่น เด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่รวย เพราะบุญเก่าทำมาดี ชาตินี้ยังไม่ได้ทำอะไรก็รวยแล้ว นี้คือตัวอย่างกรณีบุญเก่าส่งผล
โดยสรุป ความศรัทธา คือ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น เมื่อได้ใช้ปัญญาศึกษา ไตร่ตรอง และทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ก็จะเข้าใจ และเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า นี้คือ ศรัทธาในพระพุทธศาสนา
อ้างอิง : พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 36 หน้า 19 - 20
Cr.เพจ พม.สมคิด ชยาภิรโต
#พระไตรปิฏก #พระพุทธศาสนา #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today