#วัดบางปลา
.......

#วัดบางปลา #จังหวัดนครปฐม
#ปฐมเริ่มเผยแผ่วิชชาธรรมกายพระผู้ปราบมาร
..

#ประวัติวัดบางปลา

วัดบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คือ สถานที่สำคัญ ๑ ใน ๗ แห่งที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร บนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ วัดนี้เป็นที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรกของท่าน หลังจากบรรลุธรรม

วัดบางปลาเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่ไม่สามารถค้นหาหลักฐานได้ว่า... สร้างขึ้นในสมัยใด แต่วิเคราะห์จากสภาพของวิหารซึ่งมีอายุเก่าแก่มาก และจากคำบอกเล่าที่บอกสืบต่อๆกันมาว่า... “วัดนี้เกิดขึ้นก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์” ดังนั้น ถ้าจะประมาณอายุจากวิหารเก่าแก่ และจากเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวกับอายุของวัด คือ นิราศของสุนทรภู่ ที่ได้กล่าวไว้ตอนล่องเรือผ่านมาทางปากคลองบางปลา สันนิษฐานได้ว่า... วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายช่วงต้นรัตนโกสินทร์

เนื่องจากพื้นที่ตั้งวัดอยู่ติดกับแม่น้ำนครชัยศรี และคลองบางปลา (ปากคลอง) ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า... “วัดบางปลา” จนติดปาก และกลายมาเป็นชื่อของวัดจนถึงทุกวันนี้
..

#วัดบางปลา
#ปฐมเริ่มเผยแผ่วิชชาธรรมกายพระผู้ปราบมาร

ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ (ปี พ.ศ.๒๔๖๐) เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้ค้นพบวิชชาธรรมกายแล้ว ท่านได้คำนึงว่า... “คัมภีโรจายัง*1 ธรรมเป็นของลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ใครจะไปคิดคาดคะเนเอาได้ พ้นวิสัยของความตรึกนึกคิด ถ้ายังตรึกนึกคิดอยู่ก็เข้าไม่ถึง ที่จะเข้าถึงได้ ต้องทำให้รู้ตรึก รู้นึก รู้คิดนั้น หยุดเป็นจุดเดียวกัน แต่พอหยุดก็ดับ แต่พอดับแล้วก็เกิด ถ้าไม่ดับแล้วไม่เกิด นี่เป็นของจริง หัวต่อมีเป็นอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนดังนี้แล้ว ก็ไม่มีไม่เป็นเด็ดขาด”

ท่านยังคงนั่งเจริญภาวนาทบทวนอย่างนี้ต่อไปอีกประมาณ ๓๐ นาที ในขณะที่ท่านกำลังนั่งสมาธิ(Meditation)เจริญภาวนาอยู่นั้น ได้เกิดภาพของวัดบางปลาปรากฏขึ้นในสมาธิ ความรู้สึกในขณะนั้นเหมือนตัวท่านอยู่ที่วัดนั้น ทำให้คิดว่า... ธรรมที่รู้เห็นได้ยากนี้ ที่วัดบางปลาจะต้องมีผู้ที่สามารถบรรลุธรรมได้แน่นอน ภาพของวัดบางปลาจึงปรากฏขึ้นในสมาธิ

นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้ทุ่มเทชีวิตให้กับการปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนาอย่างเต็มที่ เพื่อค้นคว้าหาที่สุดแห่งธรรม ยิ่งค้นก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปทุกที ท่านปฏิบัติอยู่อย่างนี้อีกประมาณเดือนเศษจนออกพรรษา เมื่อรับกฐินแล้ว ท่านจึงลาเจ้าอาวาสวัดโบสถ์บน บางคูเวียงไปพักอยู่ที่วัดบางปลา เพื่อไปสอนธรรมที่ท่านได้รู้ได้เห็นแล้ว ท่านสอนอยู่ประมาณ ๔ เดือน ได้มีพระภิกษุที่สามารถปฏิบัติตามอย่างท่านได้ ๓ รูป คือ พระภิกษุสังวาลย์, พระภิกษุแบน และพระภิกษุอ่วม รวมทั้งคฤหัสถ์อีก ๔ คน

จากนั้น พรรษาที่ ๑๓ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้พาพระภิกษุสังวาลย์ไปจำพรรษาที่วัดสองพี่น้อง ที่วัดนี้มีพระภิกษุได้เห็นธรรมอีก ๑ รูป คือ พระภิกษุหมก หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปพักที่วัดประตูสาร จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดของพระอุปัชฌาย์ของท่าน (ในขณะนั้นได้มรณภาพแล้ว) และพักที่นั่นเป็นเวลา ๔ เดือน เมื่อออกจากวัดประตูสาร พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้แวะไปรับพระภิกษุหมก, พระภิกษุปลด (พระพุทธิวงศาจารย์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร), พระภิกษุพล (พระครูโสภณราชวรวิหาร*3 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร) และพระภิกษุฮั้ว วัดป่าพฤษ์ ที่วัดสองพี่น้อง ก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมต่อไป
.......
*1...คมฺภีโร จายํ ทุทฺทโส ทุรานุโพโธ สนฺโต ปณีโต อตกฺกาวจโร นิปุโณ ปณฺฑิตเวทนิโย(ธรรมนี้เป็นสภาพลึก เห็นได้ยาก ตรัสรู้ได้ยาก เป็นธรรมสงบ ประณีต คิดเดาไม่ได้ ละเอียด เป็นวิสัยที่บัณฑิตพึงรู้)

#พระธรรมยาตรา
0 สาธุ