มีตัวอย่างเกี่ยวกับชีวิตของผู้ที่ละจากโลกนี้ไปแล้ว เนื่องจากจิตใจเศร้าหมองไม่ผ่องใส จึงพลัดตกลงไปในยมโลก ต้องให้พญายมราชทำการไต่สวน เหมือนสัตว์นรกทั่วๆ ไปตายแล้ว ต้องผ่านการพิจารณาคดีความจากพญายมราชเสียก่อนว่าจะไปรับทัณทรมานในมหานรก หรือในอุสสทนรก ตัวอย่างที่จะนำมาเล่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการชิงช่วงและช่วงชิง เป็นศึกชิงภพงบดุลชีวิตว่า จะไปสุขหรือทุกข์ ก็อยู่ที่ว่า จะนึกถึงบุญหรือบาป หมองหรือใส ก่อนจะละโลก เคล็ดลับก็อยู่ที่หมองกับใสนี่แหละ

มีเรื่องเล่าว่า มีหนุ่มชาวทมิฬคนหนึ่ง ชื่อ ทีฆชยันตะ เกิดในสมัยหลังพุทธกาล เป็นคนที่หยาบกระด้าง ประพฤติผิดศีล 5 อยู่เป็นประจำ เพราะคบคนไม่ดีเป็นมิตร เนื่องจากกรรมในอดีตตามมาทัน ในระหว่างที่ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเกิดการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนจึงถูกฆ่าตาย เนื่องจากตายเพราะขาดสติ จิตใจเศร้าหมอง จึงถูกยมทูตนำลงไปยมโลกให้พญายมราชช่วยตัดสินว่า จะให้ไปเสวยวิบากกรรมที่ทำเอาไว้ในนรกขุมไหนหรือที่ไหนจึงเหมาะสม

พญายมราชเมตตาให้โอกาสตอบคำถามเกี่ยวกับเทวทูตทั้ง 5 แต่เนื่องจากหนุ่มทมิฬนี้เป็นคนใจโหดเหี้ยม ฆ่าสัตว์เป็นอาจิณ จึงไม่เคยนึกถึงโทษของการเกิด แก่ เจ็บ ตายเลย หรือแม้เห็นใครถูกฆ่าก็รู้สึกเฉยๆ เพราะตัวเองก็ชอบฆ่าสัตว์เป็นปกติ ภาพที่ปรากฏเป็นนิมิตอยู่ต่อหน้า จึงเป็นภาพของการเข่นฆ่ามนุษย์และสัตว์ จิตใจก็เศร้าหมองไม่ผ่องใส พญายมราชให้นึกถึงบุญอะไรก็นึกไม่ออก เพราะฉะนั้นจึงถูกพิพากษาให้ไปเสวยทุกข์ในอุสสทนรก

ในขณะที่กำลังถูกทัณฑ์ทรมานในอุสสทนรกนั้น สัตว์นรกตัวนี้พลันนึกถึงภาพที่ตัวเองสมัยที่เป็นเด็กวัยรุ่น พ่อแม่ได้ใช้ให้นำผ้าแดงบูชาอากาศเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ระฟ้าที่สุมนคิริมหาวิหาร จำได้ว่าตอนที่เอาผ้าไปบูชาพระเจดีย์นั้น ตัวเองมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมากถึงขนาดปีติขนลุกชูชันทีเดียว เนื่องจากไฟในอุสสทนรกที่แผดเผาอยู่ตลอดเวลา ทำให้จำบุญกุศลอย่างอื่นไม่ได้เลย แต่เมื่อได้เห็นเปลวไฟที่ลุกวูบวาบไปมา จึงหวนระลึกถึงผ้าแดงผืนที่พัดโบกนั้นได้ เพียงแค่จิตเป็นกุศลนิดเดียวเท่านั้นเอง บุญก็สว่างวาบ ฉุดเอาสัตว์นรกนี้ขึ้นจากขุมนรก แล้วไปบังเกิดเป็นอากาสเทวาทันที

ส่วนอีกท่านหนึ่ง เคยถวายผ้าสาฎกเนื้อเกลี้ยงแด่พระลูกชาย แต่ตอนตายเนื่องจากใจเศร้าหมอง และทำบาปเอาไว้มากเหมือนกัน เมื่อผ่านการไต่สวนพิจารณาคดีจากท่านพญายมราชแล้ว ต้องไปเสวยทุกข์อยู่ในอุสสทนรกเป็นเวลานาน แต่ในช่วงที่ว่างจากการถูกทรมานแวบหนึ่งนั้น ได้พิจารณาเห็นเปลวไฟใหญ่ไหวไปไหวมา เสียงดังพรึบพรับ ก็พลันนึกถึงผ้าสาฎกโบกสะบัดที่ตัวเองมอบถวายให้กับพระลูกชาย

ด้วยจิตที่เป็นกุศล การชิงช่วงระหว่างหมองกับใสก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้สุกกธรรมคือธรรมฝ่ายขาวทำงานเต็มที่ กัณหธรรมไม่สามารถมาครอบงำจิตใจที่ผ่องใสนั้นได้ ทำให้สัตว์นรกท่านนี้พ้นจากทัณฑ์ทรมาน เลื่อนขึ้นจากอัตภาพของสัตว์นรก ได้กายใหม่ที่ผ่องใสกว่าเดิม เมื่อฝ่ายบุญทำงานเต็มที่ บุญที่เกิดจากการถวายผ้าสาฏกนั้น ก็ส่งผลให้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นับเป็นมหัศจรรย์แห่งบุญ ที่ต้องถือว่าหนึ่งในล้านทีเดียว ที่เมื่อตกลงไปในนรกแล้ว จะสามารถหลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่มีแต่ต้องเสวยวิบากกรรมไปจนกว่ากรรมนั้นจะสิ้นสุดลง

* มก. เล่ม ๓๔ หน้า ๑๕๙ * มก. เล่ม ๓๔ หน้า ๑๕๙

Cr.เพจพุทธพจน์เตือนใจ
#กฏแห่งกรรม #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #ธรรมะเพื่อประชาชน #072today
0 สาธุ