พลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดา
"ความพลัดพราก หมายถึง การแยกจากกัน ไม่ได้อยู่ร่วมกัน หรือการเแปรเป็นอย่างอื่น ไม่คงอยู่ในสภาพเดิม
ของคน สัตว์ และสิ่งของอันเป็นที่รักที่ชอบใจ หรือแม้แต่สภาพร่างกายของตนเอง
ความพลัดพรากเกิดขึ้นเพราะมีชาติ คือมีความเกิดเป็นปฐมเหตุ เมื่อเกิดมาใหม่แล้ว
ก็มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนเดิม อีกทั้งทุกสิ่งรอบตัวทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
อุปกรณ์เครื่องใช้สอยต่าง ๆ ครอบครัวและสังคมล้วนเปลี่ยนไปทั้งสิ้น
สิ่งที่กล่าวมานั้นมีความเลว ประณีต และหยาบแตกต่างกันไปตามกรรมที่เราทำไว้ในอดีต (นานาภาโว)
แม้ในภพชาติที่เกิดมาแล้วนี้ สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นล้วนเปลี่ยนแปรเป็นอื่นได้ตลอดเวลา (อญฺญฺถาภาโว)
แม้ว่าร่างกายของเรา รวมถึงคน สัตว์ สิ่งของที่เรารัก เราอยากจะยึดถือเอาไว้ให้อยู่กับเรา
แม้อยากให้คงอยู่ในสภาพเดิมสักเพียงใด สุดท้ายแล้วก็ต้องแยกจากเราไป ตายจากเราไปทั้งนั้น (วินาภาโว)
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นโลกธรรมที่ทุกคนบนโลกต้องประสบเป็นธรรมดา
ไม่เว้นแต่พระอรหันต์ แต่ที่พระอรหันต์แตกต่างจากปุถุชนและอริยชนที่เหลือ
คือแม้จะมีความพลัดพรากแต่ท่านก็ไม่มีความทุกข์ เพราะท่านละความยึดถือมั่นได้แล้ว
ผ่านการอบรมสติสัมปชัญญะ ผ่านการพิจารณามาแล้วข้ามภาพข้ามชาติ นับภพนับชาติไม่ถ้วน
ดังนั้น แม้ในขณะนี้เราเป็นปุถุชนอยู่ก็ต้องหมั่นพิจารณาเนือง ๆ เช่นเดียวกับพระอรหันต์ทั้งหลาย
เพราะเมื่อเราต้องประสบกับการพลัดพราก จะได้บรรเทาทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว
ดังเช่นกัลยาณปุถุชน ผู้ได้ศึกษาฝึกอบรมตนตามคำสอนของพระบรมศาสดาแล้ว"
ที่มา : หนังสือบรรพชิตมหาพิจารณา สำนึกของพระแท้ หน้า ๑๑๐
#หลวงพ่อทัตตชีโว
#คำสอนมหาปูชนียาจารย์ #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today