พระอรหันต์รูปหนึ่งชื่อพระราธเถระได้เล่าประวัติในอดีตชาติสมัยพระปทุมุตรพุทธเจ้าไว้ว่า ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์ชาวพระนครหงสวดี ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ขณะกำลังแต่งตั้งภิกษุผู้มีปฏิภาณไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ (เป็นเลิศ) แล้วได้ฟังพระธรรมเทศนา
เราทำสักการะในพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระสงฆ์ แล้วหมอบลงแทบพระบาทปรารถนาฐานันดรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "ท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืนเถิด ความปรารถนาของท่านจงสำเร็จเถิด สักการะที่ท่านทำในเรากับพระสงฆ์ก็จงมีผลไพบูลย์ยิ่งเถิด
ในกัปที่แสนจากกัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้นมีนามว่าราธะ พระพุทธเจ้าจักทรงแต่งตั้งท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ"
เราได้สดับพุทธพยากรณ์นั้นแล้วก็เป็นผู้เบิกบาน บำรุงพระพิชิตมารตลอดชีวิต ด้วยกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้นและด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ (อธิษฐาน) เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก 300 ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 500 ครั้ง และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เพราะกรรมนั้นนำไปเราจึงเป็นผู้ถึงความสุขในทุกภพ
เมื่อถึงภพสุดท้ายเราเกิดในสกุลที่ยากจน (เพราะกรรมตระหนี่ชาติใดชาติหนึ่งส่งผล) ขาดเครื่องนุ่งห่ม
และอาหาร อาศัยอยู่ในพระนครราชคฤห์ วันหนึ่งเราได้ถวายอาหาร 1 ทัพพีแก่ท่านพระสารีบุตร เมื่อแก่เฒ่าเราอาศัยวัดอยู่ ใครๆ ไม่ยอมบวชให้ พระมหามุนีทอดพระเนตรเห็นเข้าจึงตรัสถามว่า "ลูกไฉนจึงเศร้าโศก จงบอกถึงโรคที่เกิดในจิตของเจ้า"
เราได้กราบทูลว่า ข้าพระองค์ไม่ได้บวชในศาสนาของพระองค์ ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งด้วยเถิด ครั้งนั้น พระมหามุนีได้รับสั่งให้เรียกภิกษุมาประชุมพร้อมแล้วตรัสถามว่า ผู้ที่นึกถึงคุณของพราหมณ์นี้ได้มีอยู่หรือ
พระสารีบุตรได้กราบทูลว่า ข้าพระองค์นึกถึงคุณของเขาได้อยู่ พราหมณ์ผู้นี้ได้ถวายอาหารทัพพีหนึ่งแก่ข้าพระองค์ผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดีละๆ สารีบุตร เธอเป็นคนกตัญญู เธอจงบวชให้พราหมณ์นี้
หลังได้รับการบรรพชาและอุปสมบท ต่อมาไม่นานเราก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พระพิชิตมารจึงทรงแต่งตั้งเราว่า เป็นผู้เลิศกว่าทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว กิจในพระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
คำอธิบาย และแหล่งอ้างอิง
1. มนุษย์แต่ละคนเกิดกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน แต่ละชาติที่เกิดมาก็ทำบุญบ้าง ทำบาปบ้าง ให้ทานบ้าง ตระหนี่บ้าง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สิ่งแวดล้อมและการคบคน การที่ราธพราหมณ์มีฐานะยากจนในภพสุดท้ายก็เพราะกรรมตระหนี่ชาติใดชาติหนึ่งส่งผล แต่เพราะบุญบารมีของท่านเต็มแล้วจึงได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
2. หากเราเกิดมายากจนแต่ปรารถนาจะทำทานเพื่อที่บุญจะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้น ก็สามารถทำได้ตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ แม้จะทำได้ไม่มากแต่ถ้าทำด้วยความตั้งใจและเลื่อมใสอย่างเต็มที่ ได้ทำในเนื้อนาบุญ เช่น ทำในสงฆ์หรือถวายสังฆทาน ก็ได้บุญมาก
3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 72 หน้า 310 - 314