“ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ“ (พุทฺธ) องฺ. ปญฺจก. ๒๒/ ๕๖.
การให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อจิตใจมาก นับตั้งแต่ที่เราลืมตาขึ้นดูโลก ชีวิตของเราล้วนเกี่ยวข้องกับการให้ตลอดเวลา ตั้งแต่บิดามารดาที่มอบความรักความอบอุ่นให้กับเรา ญาติพี่น้องที่ให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ที่โลกเราอยู่อย่างสงบสุขได้ทุกวันนี้ ก็ด้วยการให้สิ่งที่ดีงามต่อกัน ตั้งแต่การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างญาติสนิทมิตรสหาย ความมีน้ำใจสงเคราะห์ช่วยเหลือแบ่งปัน และการสนับสนุนส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน เป็นต้น
พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการให้เป็นอย่างมาก ในบารมีทั้งสิบทัศ ทาน คือการให้ ยังต้องมาเป็นอันดับแรก แท้ที่จริงแล้ว การให้นี้ละเอียด และลุ่มลึกไปตามลำดับ นับตั้งแต่การให้วัตถุ ภาษาพระท่านเรียกว่า วัตถุทาน การให้ความรู้ ที่รู้จักกันดีว่า ให้วิทยาทาน และประการสุดท้ายคือ ไม่ติดใจในเรื่องราวนั้นๆ อันจะเป็นเหตุให้ขุ่นมัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา หรือที่เราเรียกกันว่า อภัยทาน นั่นเอง ลำดับแห่งการให้ มีตั้งแต่ขั้นธรรมดา ขั้นปานกลาง และขั้นอุกฤษฏ์ ซึ่งทุกท่านคงจะจำกันได้ที่มีทั้งอุปบารมี และปรมัตถบารมี
ในชีวิตของปุถุชนคนธรรมดา หากสามารถที่จะให้โดยไม่เกิดความรู้สึกเสียดายในภายหลัง นี้เป็นสิ่งที่บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายพากันยกย่องและสรรเสริญยิ่งนัก หากทำจิตได้เช่นนี้ จะทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างมีความสุข แต่กว่าจะทำเช่นนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่ถ้าทำได้ก็ยอดเยี่ยมทีเดียว
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
Cr เพจพุทธพจน์เตือนใจ
#ธรรมะเพื่อประชาชน #ธรรมะ #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today