เก่งและดีได้..เพราะมี ครูดี
"ความแตกต่างของคนกับสัตว์ ก็คือ
นอกจากรักษาชีวิตตัวเองได้แล้ว ต้องมีความดีเอาไว้ในโลกนี้ด้วย
มีความดีให้ตัวเองได้ปลื้ม แล้วมีความดีเอาไปเผื่อแผ่
กับคนที่เขาอยู่รอบเรา แล้วที่จะตามมาในภายหลังอีกด้วย
ความรู้เพื่อเอาตัวรอด ความดีเพื่อว่าจะได้เป็นอนุสรณ์
เอาไว้ให้คนรุ่นหลัง เขาได้ทำตาม แล้วเขาจะได้เป็นสุขกัน
แต่ความดีอันนี้ จะพาให้เราได้ใจใส
ไปดีต่อไปข้างหน้าต่อไปอีกไม่รู้จักสิ้นสุด
ฉะนั้น หน้าที่ของครู อยู่ที่ตรงไหน
ใครจะเป็นครูดีแน่นอน ต้องให้ความรู้กับลูกศิษย์
ให้ลูกศิษย์มันได้เอาตัวรอดให้ได้
แต่ว่าให้ความรู้ไปแค่รักษาตัวรอด
มันไม่พอ ต้องให้ความดีเขาไปด้วย
อะไรที่ทำให้เกิดความดี คุณครูจะต้องให้
แล้วให้ ไม่ใช่ให้เปล่า
ไม่ใช่แค่บอกให้ ต้องทำตัวให้ดูด้วย
แล้วไม่ใช่ทำเป็นครั้งเป็นคราว ทำดี ๆ ให้ลูกศิษย์ด้วย
นั่นก็คือ เป็นต้นแบบนิสัยดี ๆ ให้ลูกศิษย์ดู แล้วก็เคี่ยวเข็ญให้ลูกศิษย์มีนิสัยดี ๆตามตัวอย่างน้อย นิสัยรักดี แล้วก็ใช้ความรู้ความสามารถวิชาการที่ตัวมี
ได้มาเท่าไหร่ ก็เอาไปทำความดี ไม่ใช้เอาแค่เลี้ยงตัวให้รอดไปวัน ๆ
ถ้าเลี้ยงตัวให้รอดไปวัน ๆ วันจะดีกว่าวัวควายที่อยู่ในทุ่งอย่างไรเล่า
ต้องเอาตัวก็รอด แล้วต้องมีความดีคุ้มตัวไปด้วย ความดีจะทำให้ใจใส ใจใส ๆ ถึงคราวจะตายลาโลกไป ก็ไปดี
โลกหน้าตัดสินกันด้วยความใจใส ใจหมอง
เพราะฉะนั้นหน้าที่ของครู ไม่ใช่ให้ความรู้อย่างเดียว ต้องให้ความรู้ และศีลธรรมประจำใจ หรือว่าให้ความรู้พร้อมกับนิสัยดี ๆ ให้ด้วย นิสัยดี ๆ ขั้นต้น คือ สะอาดกับระเบียบ
เพราะใครสะอาดกับระเบียบพอแล้ว
จะไม่ไปทำความเดือดร้อน ให้ทั้งตัวเองและคนอื่น
ถ้าสะอาดและระเบียบไม่พอ ตัวเองก็เดือดร้อน ใครอยู่รอบข้างเดือดร้อนหมด
นี่เป็นเพียงนิสัยเบื้องต้น เพราะต้องฝากพวกเราเอาไว้ สอนอยู่ในระดับไหนก็ตาม เป็นต้นของความรู้แล้ว
ช่วยเป็นต้นแบบนิสัยดี ๆ ให้ลูกศิษย์ทำตามด้วยเถิด
ที่เรียกว่าครูมาจากคำว่า ครุ (คะ-รุ) ครุ แปลว่า หนัก
หนักที่จะแก้ไขนิสัยลูกศิษย์ ที่ไม่ดีให้กลับมาดี
หนักที่ตัวเองก็จะต้องเคี่ยวเข็ญตัวเอง ให้ดีวัน ดีคืนยิ่ง ๆ ขึ้นไป
แล้วจะได้เป็นต้นแบบของลูกศิษย์ ให้ลูกศิษย์ได้เอาอย่าง
ว่าครูดีเป็นอย่างเช่นนี้ เธอเองก็ต้องให้ดีเหมือนครู"
๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
#หลวงพ่อทัตตชีโว #คำสอนมหาปูชนียาจารย์ #ผู้นำแสงสว่างออนไลน์ #072today