บุญสร้างปะรำมณฑปเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

ในอดีตกาล นายพรานป่าคนหนึ่งอาศัยการล่าสัตว์ในป่าใหญ่เพื่อดำรงชีวิต วันหนึ่งขณะที่พรานกำลังเดินทางอยู่ในป่า พลันได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งเข้ามาในป่าเพื่อปลีกวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม เมื่อแรกเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พรานก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสอย่างจับจิตจับใจ แม้เป็นพรานนักล่า แต่เมื่อเห็นพระก็อยากเป็นนักบุญ ยิ่งได้รู้ว่า ท่านจะมาบำเพ็ญสมณธรรมในป่าแห่งนี้ ก็คิดที่จะสร้างที่พักอาศัยให้ท่านบำเพ็ญสมณธรรม เขาจึงรีบไปแสวงหาไม้มา ๔ ท่อน ทำเป็นปะรำมณฑปรูปสี่เหลี่ยม เก็บดอกปทุมเป็นจำนวนมากแล้วนำมามุงแทนหลังคากันแดดกันฝนให้ท่านเมื่อนายพรานถวายปะรำเรียบร้อยแล้ว ก็เกิดความปลื้มปีติในบุญ และมีศรัทธาอยากบวชอยู่กับท่าน เขาตัดสินใจเลิกอาชีพพรานป่าที่ทำมานาน แล้วตั้งใจบวชเป็นบรรพชิต ทำตามที่พระปัจเจกพุทธเจ้าแนะนำทุกอย่าง

แต่น่าเสียดาย ท่านบวชได้ไม่นานก็ป่วยหนัก ถูกโรคาพาธเบียดเบียน ครั้นใกล้จะละโลก ท่านรำลึกถึงบุญที่สร้างปะรำมณฑปถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า จิตสุดท้ายของท่านจึงผ่องใสมาก เพราะผูกพันเกาะเกี่ยวในบุญนั้น ยามละโลกจึงได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมานทองสวยงามมากทิพยวิมานในรูปของปะรำโดยรอบร้อยโยชน์ก็มารองรับการบังเกิดในเทวโลกของท่านตลอดและระหว่างเวียนว่ายในสังสารวัฏ บุญนี้ยังปิดอบาย ทำให้ท่านไม่ตกไปในทุคติภูมิอีกเลยบุญสร้างที่ปฏิบัติธรรมนี้ ยังส่งผลไปถึงตอนที่ท่านไปบังเกิดในโลกมนุษย์อีกด้วย คือ หากท่านเจอสภาพอากาศร้อนมากเพราะแดดจัดแม้ร้อนขนาดที่ว่าเห็นพยับแดดพลิ้วไหวคล้ายคลื่นอยู่เบื้องหน้า แดดร้อนนั้นก็มิอาจมากล้ำ กรายแผดเผาท่านได้เลย หรือหากอาศัยใต้ปะรำมณฑปหรือโคนไม้ใด ตัวท่านก็จะไม่ต้องสัมผัสอากาศร้อนเลย และหากปรารถนาจะข้ามทะเล เพียงแค่อธิษฐานนึกในใจทำทะเลให้เป็นแผ่นดิน ก็สามารถข้ามไปได้อย่างสบาย

ในชาติสุดท้ายท่านเกิดเป็นกุลบุตรในตระกูลของเศรษฐีในเมืองสาวัตถี มีชื่อว่า “นันทกะ” ต่อมา ท่านมีโอกาสอุปัฏฐากพระสัมมาสัพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมแล้วจึงเกิดศรัทธาออกบวช ท่านเจริญวิปัสสนาจนหมดสิ้นกิเลสอาสวะ พร้อมกันนี้ยังได้คุณวิเศษเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญาและแตกฉานในปฏิสัมภิทาญาณอีกด้วย

#ผู้นำแสงสว่างออนไลน์
#วัดพระธรรมกาย
0 สาธุ