หลักในการดำเนินชีวิต ๔ ประการ

ต้องเข้าใจว่าชีวิตนี้ จะเจริญหรือเสื่อมอยู่ที่ว่าใจแคบ หรือใจกว้าง ถ้าใจแคบแบ่งปันไม่เป็นยาก ถ้าใจกว้างรู้จักแบ่งปัน แบบนี้ก็ชีวิตก็เจริญไปได้ก้าวหนึ่ง
แต่การแบ่งปันส่วนมากก็อยู่ในกลุ่มพวกพ้อง ใจก็กว้างในระดับหนึ่ง

อีกพวกหนึ่ง ใจกว้างกว่านั้น เกินกว่าการแบ่งปัน คือเห็นใครเดือดร้อน ทนนิ่งไม่ได้ต้องโดดเข้าไปช่วย แม้ไม่ใช่พวกไม่ใช่พ้อง เห็นใครเขาเดือดร้อนช่วยได้ก็รีบโดดไปช่วย
คนแบบนี้ใจกว้างขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเมื่อใครใจกว้างอย่างนี้ การดำเนินชีวิตของคน ๆ นั้น ก็ราบรื่นขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

มีอีกพวกหนึ่ง เจ๋งกว่านั้น เห็นใครทำดีแล้วดีใจด้วย แม้ตัวเองยังทำไม่ได้อย่างเขา แต่ก็ดีใจกับเขาด้วย พวกนี้มีนิสัยชอบจับถูกคนอื่น ไม่จับผิดใคร ใจเขาขยายกว้างอีกระดับหนึ่ง

ใครมาได้ถึงตรงนี้ ความสำเร็จในชีวิตก็กว้างขึ้น พวกนี้นอกจากอิจฉาใครไม่เป็นแล้ว ยังมีความสามารถในการที่จะรวบรวมคนให้เป็นหมู่เป็นทีมได้ ซึ่งพวกเราที่จบมาก่อนทำงานกันมาขนาดนี้ย่อมรู้ว่า การรวบรวมคนให้เป็นทีมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

กว่าหลวงพ่อจะสร้างทีมสร้างวัดมาได้ขนาดนี้ หืดขึ้นคอ แต่ว่า เมื่อเริ่มสร้างวัดมาได้สักระยะหนึ่งก็จับหลักได้ว่า
๑. มีอะไรก็แบ่งปันกัน อย่าฮุบ อย่ากินกันคนเดียว
๒. เห็นใครเดือดร้อนอย่าทิ้ง ช่วยได้ก็ช่วยกันไป
๓. เห็นใครทำดี ก็ส่งเสริมให้เขาได้ทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ใจของเราก็ขยายไปอีกระดับ
๔. รักความเป็นธรรม เห็นอะไรเป็นไปเพื่อความยุติธรรม สนับสนุนเลย อะไรมีอคติลำเอียงไม่เป็นธรรม ยอมไม่ได้

จากหลักตรงนี้ ทำให้หลวงพ่อสามารถติดตามพวกเรา ไปติดตามใครต่อใครมาช่วยกันสร้างวัดจนถึงวันนี้ อันนี้ก็อยากจะให้เห็นภาพเอาไว้
ทำไมชีวิตคนบางคนจึงเสื่อมจึงเจริญไม่เท่ากันอยู่ตรงนี้
ในวันข้างหน้า เวลาไปสร้างอนาคตจะได้มองออก

๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

#ผู้นำแสงสว่างออนไลน์
#หลวงพ่อทัตตชีโว
0 สาธุ