✍️ความจริงฯที่ถูกมองข้าม ประการที่ ๔
.
"สัตว์โลกตกอยู่ใต้กฎแห่งกรรม ทันทีที่เกิด ทุกชีวิตต่างตกเป็นนักโทษรอประหารของโลก
.
ตกอยู่ภายใต้กฏเหล็ก ที่ไม่เคยติดประกาศให้ใครรู้ คือ กฎแห่งกรรม กฏนี้มีอำนาจครอบคลุมไปทั้งโลก ใคร ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้
.
เป็นเสมือนกฎหมายร้ายแรง ที่จ้องแทงเชือดเฉือนผู้คนทั้งโลกอยู่เบื้องหลัง ต้องรอให้ท่านผู้รู้ผู้เห็นความจริงทุกสรรพสิ่ง
.
ด้วยญาณทัสสนะ คือ ความสว่างภายในจากการเจริญสมาธิอย่างยิ่งยวดของท่าน ค้นพบแล้วนำมาประกาศ ชาวโลกจึงทราบได้
.
ซึ่งตลอดยุคสมัยของท่านเอง ก็ไม่สามารถประกาศให้ทราบกันได้ทั่วโลก
.
ครั้นกาลเวลาผ่านไป ชาวโลกทั้งหลายก็หลงลืมกฎแห่งกรรมที่ค้นพบได้โดยยากนี้อีก ต้องรออีกนานนับอสงไขย ๆ กัป
.
ท่านผู้รู้จริงองค์ใหม่จึงมาค้นพบ แล้วประกาศให้ชาวโลกทราบใหม่อีกครั้ง สาเหตุที่เรียกทุกคน ว่าเป็นนักโทษรอประหารของโลก
.
เพราะ
๑. ทุกคนในโลก เมื่อเกิดแล้วย่อมออกไปจากโลกนี้ไม่ได้ ต่างต้องตายในคุกคือโลกนี้ แม้มีบางคนเคยเล็ดลอดออกไปถึงดวงจันทร์ได้
.
แต่ดวงจันทร์ก็เป็นเพียงคุกบริวารของโลก สุดท้ายคนเหล่านั้นก็ต้องกลับมาตายในโลก
.
๒. เนื่องจากทุกคนต่างรู้ว่าตนเอง ถึงอย่างไรวันหนึ่งก็ต้องตาย คือ ต้องถูกประหารแน่ ๆ เพียงแต่ไม่รู้วันตาย
.
จึงกลายเป็นนักโทษรอประหาร ตกอยู่ในความหวาดกลัวความตายตลอดชีวิต
.
๓. กฎแห่งกรรมตราไว้สั้น ๆ ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ไม่มีการอธิบายขยายความใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านผู้รู้จริง
.
จึงได้เมตตาขยายความให้ฟังว่า คำว่า กรรม แปลว่า การกระทำ มีความหมาย ๓ ประการ ได้แก่
.
๓.๑ กรรมเป็นการกระทำที่เกิดจากเจตนา คือ ตั้งใจทำ
.
๓.๒ กรรมเป็นการกระทำของคนที่ยังมีกิเลส คือ ผู้ที่ยังมีโรคประจำใจ ๓ ได้แก่ โรคโลภะ โรคโทสะ โรคโมหะ
.
ถ้าหมดกิเลสแล้วเช่นเดียวกับท่านผู้รู้จริง การกระทำของท่านก็ล้วนไม่เป็นกรรม เป็นแต่เพียงกิริยาอาการเท่านั้น
.
๓.๓ กรรมเป็นการกระทำที่ยังมีการให้ผลต่อไปอีก หลังจากเสร็จการกระทำนั้นแล้ว โดยคนเรากระทำกรรมได้ ๓ ทาง คือ
.
๑) ทางกาย คือ การใช้มือ เท้า และอวัยวะอื่น ๆ กระทำ เรียกว่า กายกรรม
.
๒) ทางวาจา คือ การพูด เรียกว่า วจีกรรม
.
๓) ทางใจ คือ การคิด เรียกว่า มโนกรรม"
.
(หนังสือสติ สัมปชัญญะ รากฐานการศึกษาของมนุษยชาติ หน้า ๘๒-๘๓)
.
#กฎแห่งกรรม
#ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
#สติสัมปชัญญะ
#หลวงพ่อทัตตชีโว
0 สาธุ