ถ้ารู้จริง จะไม่ทำ
.
"คำถามคือ ทั้งโจรและคนสับปลับต่างก็รู้อยู่แล้วว่า การปล้น การโกหกไม่ดี เป็นความผิด แล้วทำไมจึงทำ จึงพูดอย่างนั้น พยายามทำอย่างรัดกุม จับได้ไล่ทันก็ยาก?
.
นั่นแสดงว่าก่อนทำ ก่อนพูด พวกเขารู้อยู่แล้วว่า การกระทำเช่นนี้เป็นความชั่ว แต่ขาดสัมปชัญญะ คือ ขาดความรู้ตัวในการระวัง ไม่ให้ตนเองทำความชั่ว และเผลอลงมือทำความชั่วไปเต็มที่
.
ดังนั้น เราจึงไม่มีหลักประกันว่า ในอนาคตเราเองหรือลูกหลานของเรา จะไม่กลายเป็นโจร เป็นคนสับปลับ เช่นเดียวกับคนเหล่านั้นด้วย เพราะโจรและคนสับปลับบางคน ก็มีการศึกษาสูง มียศ ตำแหน่งสูงกว่าเรา
.
คำตอบก็คือ ไม่ว่าโจรหรือคนสับปลับ จะมีความรู้ทางโลกระดับสูงเพียงใด ความรู้เหล่านั้น เป็นเพียงความรู้จริง ทางด้านวิชาการ
.
แต่เขาขาดความรู้จริง ด้านการทำความดี อย่างมากก็มีความรู้ด้านการทำความดีระดับผิวเผิน จึงได้ทำเลว ๆ เช่นนั้น
.
หรือต่อให้รู้จักความดี รู้จักธรรมะจากการเรียนมาอย่างดีก็ตาม แต่หากเรียนอย่างขาดศรัทธา ไม่มีความเชื่อมั่นในความดี และไม่ได้ฝึกฝน ทำความดีด้วยสติสัมปชัญญะ ในทุกเรื่องอย่างต่อเนื่อง
.
พวกเขาก็มีโอกาส ที่จะนำความรู้เหล่านั้น ไปทำความชั่วได้อย่างมากมายเลยทีเดียว
.
ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ความรู้จากคนพาลนั้นมุ่งเพื่อให้เกิดการทำลายถ่ายเดียว ความรู้นั้นจะกำจัดคุณงามความดีและปัญญาของคนพาลให้ตกต่ำลง” (ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/ ๗๒/ ๔๙)
.
หนังสือสติ สัมปชัญญะรากฐานการศึกษาของมนุษยชาติ หน้า ๕๑
.
#ธรรมะ
#พัฒนาจิตใจ
#สติสัมปชัญญะ
#หลวงพ่อทัตตชีโว